ทำความรู้จักผ้าซิ่นตีนจกเป็นผลิตภัณฑ์ดีเด่นของชุมชนชาวลับแล ผ้าซิ่นตีนจกบ่งบอกถึงความเป็นมาและวิถีชีวิตของชาวลับแล ตลอดจนความเชื่อ พิธีกรรมและความเป็นสิริมงคล เชื่อกันว่าคนลับแล สืบเชื้อสายมาจากชาวโยนกเชียงแสนในสมัยโบราณ จึงถือได้ว่า ผ้าซิ่นตีนจก ได้บ่งบอกความเป็นมาของชาติพันธุ์ของคนลับแล

การทอผ้าซิ่นตีนจกของสาวลับแลเป็นการสืบทอดภูมิปัญญา ซึ่งนอกจากจะทอผ้าที่สวยงามเพื่อไว้ใส่ตอนแต่งงานแล้ว ก็ยังได้สอดแทรกคติ ความเชื่อโชคลง พิธีกรรม ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม บนผืนผ้าที่ทอลวดลายที่เกิดจาก จินตนาการ และสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเราว่า จะเป็นพืชหรือ กิริยาของสัตว์ เป็นลักษณะของความงามที่เรียบง่าย เช่น ลายนกคุ้ม ลายงูเปา ลายนาค ลายสร้อย ดอกหมาก ลายดอกมะโอ และมีลักษณะเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ การต่อซิ่นด้วยเอวแดงขาวและหมายซิ่นเพื่อป้องกันคุณไสย
ในปี พ.ศ.2545 ได้มีการรวมกลุ่มทอผ้าบ้านคุ้ม โดยคุณจงจรูณ มะโนคำ เป็นหัวหน้ากลุ่ม ได้มีการออกแบบผ้าซิ่นตีนจกให้มีความหลากหลายในด้านสีสัน และมีวัตถุดิบในการผลิต คือ การนำเส้นไหมแท้มาย้อมสีธรรมชาติมาผลิตสินค้าในกลุ่ม โดยยังคงเอกลักษณ์แบบของผ้าซิ่นตีนจกลับแล เพื่อต้องการอนุรักษ์ทั้งวิธีการทอแบบเดิม คือ การจกด้วยขนเม่น ใช้วัตถุสีย้อมธรรมชาติเเบดั้งเดิม ลวดลายจกแบบโบราณ เพราะกลุ่มมีความมุ่งมั่นว่าการขายผ้าซิ่นตีนจกลับแลไม่ได้ขายเฉพาะฝีมือเท่านั้น แต่เป็นการขายจิตวิญญาณของชาวลับแลด้วย

ลวดลายผ้าซิ่นตีนจกบ้านน้ำใสใต้ ตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
ลักษณะผ้าซิ่นตีนจกบ้านน้ำใสใต้ ตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ประกอบด้วยผ้าต่อกัน 3 ส่วน แยกตามความเชื่อว่า ผ้าต่อเป็นชิ้นผ้านุ่งคน ถ้าผ้าชิ้นเดียวเป็นผ้านุ่งผี
ส่วนที่ 1 หัวซิ่นหรือเอวซิ่น ใช้ผ้า 2 สี คือ สีขาว สีแดง โดย สีขาวหมายถึงความบริสุทธิ์ ทำให้เกิดความสุขความเจริญ และสีแดงทำให้เกิดสิริมงคล
ส่วนที่ 2 ตัวซิ่น ใช้ต่อระหว่างเอวซิ่นกับตีนซิ่น ตัวซิ่นเป็นผ้าปั่นไก คือ ใช้เส้นไหม 2 เส้น ได้แก่ สีดำกับสีเขียว ใช้เป็นไหมยืน พุ่งด้วยไหมสีดำ เมื่อทอออกมาจะเป็นผ้าลายหางกระรอก ใช้เทคนิคการทอลายขัด
ส่วนที่ 3 ตีนซิ่น ประกอบด้วยลวดลายต่าง ๆ อาทิเช่น
1) ลายขอข้างเดียว เรียงกันไม่กลับไปกลับมา จึงเรียกว่าขอไล่ข้างเดียว

2) ลายนกกินน้ำร่วมต้น อันหมายถึง ความสนิทสนมกลมเกลียว สามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างราบรื่น

3) ลายขอก้ามปู หมายถึง ปูที่ชูก้ามพร้อมที่จะต่อสู้อุปสรรคขวากหนามได้ทุกเมื่อ

4) ลายนกคุ้ม มาจากนกคุ้มที่เป็นสัตว์อยู่ในป่า และชาวบ้านเชื่อว่า นกคุ้มเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สามารถกันไฟได้ ป้องกันอันตรายได้ และเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่

5) ลายดอกมะโอ ส้มโอเป็นตัวแทนของลูกไม้ที่มีอุดมสมบูรณ์ในลับแล

6) ลายดอกแตง เป็นตัวแทนของฟักแฟงแตงร้าน ที่ใช้ประกอบอาหารในชีวิตประจำวัน

7) ลายนาค เป็นสัตว์ที่บันดาลให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขและอุดมสมบูรณ์

8) ลายดอกดาวดึงส์ เป็นดอกสมุนไพรที่ใช้ทำยา เรียกว่าต้นดาวดึงส์แทนความสุขกายสบายใจ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ

9) ลายขอผักกูด เป็นผักที่หยิกงอเหมือนลายกนกทางลับแล ดูคล้ายตะขอ แทนความอุดมของพืชผักต่าง ๆ

10) ลายขออุ้ม แทนความเอื้ออารี โอบอุ้มคุ้มครองซึ่งกันและกัน

11) ลายดอกมะจ้ำ เป็นไม้พุ่ม มีดอกเล็ก เกสรขาว กลีบดอกสีม่วง ใบคล้ายใบชมพู่ ใช้เป็นผักจิ้มหลนต่าง ๆ ได้

12) ลายไฮย้อย เหมือนกับลายกรวยเชิงเป็นเส้น ๆ ลักษณะคล้ายกับรากไทรที่ห้อยระโยงระยาง

ลวดลายของผ้าซิ่นตีนจกบ้านน้ำใสใต้นั้น จะเหมือนกันกับหมู่บ้านอื่น ๆ ในตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เช่น บ้านนาทะเล บ้านคุ้ม เพราะผู้ทอจะไปมาหาสู่และมีการถ่ายทอดกันระหว่างกัน ลวดลายจะมีลักษณะที่แตกต่างกันหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะต่างกันตามยุคสมัยความนิยม จึงทำให้ผ้าซิ่นตีนจกบ้านน้ำใสใต้มีความหลากหลายทั้งส่วนประกอบ สีสัน และเทคนิควิธีการทอลวดลาย
ลวดลายต่าง ๆ ของผ้าทอซิ่นตีนจกของบ้านน้ำใสใต้ ตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ มีความหมายและความเชื่อในลวดลาย ซึ่งลวดลายส่วนใหญ่มักจะได้มาจากความคิดและจินตนาการที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากพืช สัตว์ สิ่งของ เครื่องใช้ต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตและสังคมที่อยู่รอบ ๆ ตัวของผู้หญิงเป็นสำคัญ ทั้งพืช สัตว์ และสิ่งของรอบ ๆ บ้านที่ผู้หญิงรู้จัก โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ได้จากการลอกเลียนแบบธรรมชาติ จำพวกพืชชนิดต่าง ๆ ที่เป็นสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น ลายที่ได้จากดอกไม้ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติของพื้นที่ในบริเวณนี้
กลุ่มที่ 2 ลวดลายสัตว์อื่น ๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่ชาวบ้านพบปะและเห็นอยู่เป็นประจำ เช่น ปู มดแดง สุนัข และนกต่าง ๆ
กลุ่มที่ 3 กลุ่มของลายผ้าที่เกิดจากการสังเกตส่วนต่าง ๆ ของอุปกรณ์เครื่องใช้ ได้แก่ งวงถังตักน้ำ (คุ) เชิงเทียน
กลุ่มที่ 4 กลุ่มที่ได้มาจากลายไทย มักพบเห็นจากงานสถาปัตยกรรมและพบในลวดลายผ้าจากอดีต
รายการอ้างอิง
1. จากการสัมภาษณ์ คุณสีนวล หมวกทอง ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร
บ้านน้ำใสใต้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551
2. ทิพย์คำพร หาญอมรเศรษฐ์. (2546). ศึกษาพลวัตการทอพื้นเมือง : กรณีศึกษาผ้าซิ่นตีนจกบ้านนาทะเล ตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์. วิทยานิพนธ์. ศศ.ม. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
3. เอกสารกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านน้ำใสใต้ (ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์)
4. http://www.gotoknow.org/blogs/posts/169202
คำสำคัญ (keywords): ความหมายและที่มาของลวดลายผ้าซิ่นตีนจก, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, ลวดลายผ้าซิ่นตีนจก